วันที่ 7 มี.ค. 2569 เวลา 15.00 น. ที่ บริเวณด่านสะพานมิตรภาพไทย ลาว แห่งที่ 1 ฝั่งขาออก นายสุชาติ ทอนมณี ปลัดจังหวัดหนองคาย, นางสาววรรณา ผู้อุตส่าห์ นายด่านศุลกากรหนองคาย ปฏิบัติหน้าที่ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรหนองคาย, นายพัฒนพงศ์ ตันติวัฒนกุลชัย หัวหน้าฝ่ายบริการศุลกากรที่ 1, ร.ต.ไชโย หรพูน ผู้แทน บก.ควบคุมที่ 2 กกล.สุรศักดิ์มนตรี, พ.ต.ท.ปฐวี ชำนาญดี รองผกกฯ หน..พัน ตชด 245, นายชัยสิทธิ์ คำภาจันทร์ หัวหน้าศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปร่มยาเสพติด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด 2 คดี โดยคดีแรกทำการจับกุม นายธีรวัจน์ อายุ 22 ราษฎร ต.บ้านเลื่อม อ.เมือง จ.อุดรธานี พร้อมหัวบุหรี่ไฟฟ้า (พอตเค) ที่ใช้เทปกาวพันมากับตัว ส่วนอีกคดีเป็นการจับกุมชายชาวจีน ซุกยาอีและยาไอช์มาในเสื้อคลุมสีดำ บนรถโดยสารระหว่างประเทศเวียงจันทน์ – อุดรธานี
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 5 มี.ค. 69 เวลาประมาณ 19.20 น. ชายชาวไทยเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรทางด่านพรมแดนหนองคาย โดยรถโดยสารระหว่างประเทศประจำสะพานมิตรภาพ ไทย-ลาว แห่งที่ 1 เมื่อผู้โดยสารลงจากรถคันดังกล่าว เข้ามาตามช่องทางผู้โดยสารขาเข้ามายังจุดตรวจสัมภาระผู้โดยสารของศุลกากร พบมีลักษณะต้องสงสัย เจ้าหน้าที่ศุลกากรประจำด่านพรมแดนหนองคาย ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฯ ฝ่ายสืบสวนและปราบปราม จึงได้เรียกตรวจค้นโดยละเอียด พบเทปสีขาวพันรอบร่างกายบริเวณลำตัวของชายคนดังกล่าว ภายในบรรจุวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 คีตามีน ในรูปแบบหัวบุหรี่ไฟฟ้า (พอตเค) จำนวนหนึ่ง
เมื่อเจ้าหน้าที่ฯ ร่วมกับเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดหนองคาย นำตัวอย่างของทั้งหมดมาทดสอบ ได้นำตัวอย่างน้ำยา ผลการทดสอบเบื้องต้น พบเป็นตะกอนสีม่วงคาดว่ามีคีตามีน (ketamine) ผสมอยู่ ซึ่งจัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 โดยตรวจพบพอตเค จำนวน 95 หัว น้ำหนักรวม 617 กรัม มูลค่าโดยประมาณ 190,000 บาท
ต่อมาเมื่อวันที่ 6 มี.ค. 69 เวลาประมาณ 15.30 น. เจ้าหน้าที่ศุลกากรประจำด่านพรมแดนหนองคาย และเจ้าหน้าที่ฯ ฝ่ายสืบสวนและปราบปราม ร่วมกันตรวจสอบรถโดยสารระหว่างประเทศเวียงจันทน์ – อุดรธานี พบมีเสื้อคลุมสีดำที่มีลักษณะอาจมีของซุกซ่อนอยู่ภายใน วางอยู่บนที่นั่ง จึงได้สอบถามพนักงานขับรถโดยสารและผู้โดยสารที่นั่งอยู่บริเวณใกล้เคียง ทราบว่าเสื้อคลุมดังกล่าวเป็นของชายชาวจีน เจ้าหน้าที่จึงรออยู่จนกระทั่งพบชายชาวจีนคนดังกล่าวกลับมาที่นั่ง และแสดงตนเป็นเจ้าของ จึงได้เชิญมาทำการตรวจสอบเสื้อคลุมดังกล่าวโดยละเอียด พบภายในเสื้อคลุมมีห่อกระดาษทิชชูและถุงซิปล็อค ภายในบรรจุผงสีน้ำตาลซุกซ่อนอยู่ โดยภายในห่อกระดาษทิชชูซุกซ่อนวัตถุต้องสงสัยเป็น ยาเม็ดสีส้ม ยาเม็ดสีม่วง และซองพิมพ์ลายสตรอเบอรี่ ภายในบรรจุผงสีขาว
เมื่อเจ้าหน้าที่ฯ ร่วมกับเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดหนองคาย นำตัวอย่างของทั้งหมดมาทดสอบด้วยน้ำยา ผลปรากฎพบว่า ยาเม็ดสีส้ม ยาเม็ดสีม่วง และผงสีน้ำตาล เปลี่ยนจากน้ำยาสีใสเป็นสีเทาดำ ซึ่งเป็นสีที่บ่งชี้ว่าอาจมีส่วนผสมของสารเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาอี) สำหรับผงสีขาว เปลี่ยนจากน้ำยาสีใสเป็นสีส้ม ซึ่งเป็นสีที่บ่งชี้ว่าอาจมีส่วนผสมของสารเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยตรวจพบยาเม็ดสีส้ม จำนวน 257 เม็ด ยาเม็ดสีม่วง จำนวน 9 เม็ด ผงสีขาวที่บรรจุภายในซองพิมพ์ลายสตรอเบอรี่ จำนวน 12 ซอง น้ำหนัก 48 กรัม และผงสีน้ำตาลที่บรรจุในถุงซิปล็อค น้ำหนักรวม 803 กรัม มูลค่าโดยประมาณ 5,018,600 บาท จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำยาเสพติดทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
#พอตเค #หัวบุหรี่ไฟฟ้า #ยาอี #ยาไอซ์ #ลักลอบขนยาเสพติด #วัยรุ่น #ชาวจีน #ด่านพรมแดน #ศุลกากรหนองคาย #กรมศุลกากร #หนองคายกระจายข่าว












ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น