วันพุธที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569

ตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.หนองคาย สกัดจับแก๊งค้ายาเสพติดข้ามโขง พยายามลักลอบขนไอซ์กลางดึก พอ จนท. แสดงตัวคนร้ายรีบเผ่นหนี ทิ้งไอซ์ 248 กก.ไว้ดูต่างหน้า


วันที่ 29 เม.ย. 2569 เวลา  11.30 สน. ที่ บริเวณด้านหน้า กก.สืบสวน ภ.จว.หนองคาย อ.เมือง จ.หนองคาย นายไพฑูรย์รอง ผวจ.หนองคาย พร้อมด้วย  พล.ต.ต.อัทธชนม์ ช่วงงาม ผบก.ภ.จว.หนองคาย, พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์  บุญเสริม ผกก.สืบสวน ภ.จว.หนองคาย, น.ส.วรรณา ภู่อุตส่าห์ นายด่านศุลกากรหนองคาย , นายชัยสิทธิ์  คำภาจันทร์ หน.ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดหนองคาย, นายจักรพงศ์  พันธุ์เพ็ง นอภ.เมืองหนองคาย , เจ้าหน้าที่ชุด สืบสวน ภ.จว.หนองคาย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ไอซ์) ประมาณ 248 กก. นำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน


สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 28 เม.ย.69 เวลา 01.30 น.ที่ผ่านมา พ.ต.ต.เรวัต รัตนสุรินทร์ สว.กก.สืบสวน ภ.จว.หนองคาย  ได้รับแจ้งว่าจะมีนำยาไอซ์ จากประเทศเพื่อนบ้าน ขึ้นเรือมาส่งที่บริเวณริมฝั่งโขง หลังวัดราษฎร์จำนงค์ ต.เมืองหมี อ.เมืองหนองคาย จึงได้รายงานให้ พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์  บุญเสริม ผกก.สืบสวน ภ.จว.หนองคาย ทราบและได้ประชุมวางแผน


จากนั้น พ.ต.ต.เรวัตฯ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.หนองคาย ได้เดินทางไปตรวจสอบพื้นที่ พบกระเป๋าวางอยู่บริเวณริมถนน จึงได้กระจายกำลังซุ่มดู ต่อมาได้มีรถเก๋งยี่ห้อมิตซูบิชิ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียนขับมาจอดที่จุดกระเป๋าวางอยู่ จากนั้นได้มีชาย 2 คนไม่ทราบชื่อลงจากรถ และช่วยกันขนกระเป๋าขึ้นรถ ส่วนอีก 1 คน ซึ่งเป็นคนขับนั่งอยู่ในรถ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัว ชายทั้ง 2 คน ตกใจวิ่งหลบหนี เจ้าหน้าที่ตำรวจได้วิ่งไล่ติดตามแต่ไม่ทัน


ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้ทำการตรวจสอบเบื้องต้นพบกระเป๋า 5 ใบ ข้างในซุกยาเสพติด ส่วนรถเก๋งคันดังกล่าวได้ขับหลบหนีไป เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขับรถติดตาม จนกระทั่งถึงบริเวณริมถนนท่าดอกคำ-โคกแมงเงา ตรงข้ามร้านก๋วยเตี๋ยวก่อนถึงปั๊มน้ำมัน ม.3 ต.เมืองหมี อ.เมืองหนองคาย พบกระเป๋า 2 ใบ วางอยู่


จึงได้ทำการตรวจสอบ พบว่าด้านในซุกยาเสพติด เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน ภ.จว.หนองคาย และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เวียงคุก จึงได้ร่วมกันตรวจยึดนำมาตรวจนับอย่างละเอียดที่ สภ.เวียงคุก รวมยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาไอซ์ ทั้ง 7 กระสอบ จำนวนประมาณ 248 กก.จากนั้นได้นำส่ง พนักงานสอบสวน สภ.เวียงคุก เพื่อดำเนินการต่อไป






#ยาไอซ์ #เวียงคุก #ตำรวจ #หนองคาย #หนองคายกระจายข่าว

วันเสาร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569

นรข.เขตหนองคาย สกัดจับ 2 หนุ่มเครือข่าย “อาเฉิน” พ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ ยึดยาบ้า 790,000 เม็ด มูลค่ากว่า 39 ล้านบาท


วันที่ 25 เม.ย. 2569 ที่ นรข.เขตหนองคาย อ.ศรีเชียง ใหม่ จ.หนองคาย นายไพฑูรย์ มหาชื่นใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย พร้อมด้วย พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง, น.อ.วิศิษฐ์พงศ์ เจริญวิชยเดช ผบ.นรข.เขตหนองคาย ,นาวาโทคมสัน จ้อยลี หัวหน้าสถานีเรือศรีเชียงใหม่, เรือเอกไพสน พลเสน หัวหน้าสถานีเรือสังคม , นางสาววรรณา ผู้อุตส่าห์ นายด่านศุลกากรหนองคาย ,นายชัยสิทธิ์ คำภาจันทร์  หน.ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดหนองคาย ,นายจรัญ กลางประดิษฐ์ นายอำเภอศรีเชียงใหม่ นางสาวกัญญ์ชิสาประดิษฐสุวรรณ์ ผู้อำนวยการส่วนควบคุมทางศุลกากร และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย พร้อมยาบ้า 790,000 เม็ด มูลค่ากว่า 39 ล้านบาท


สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 22 เม.ย. 2569 เวลาประมาณ 15.30 น. หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตหนองคาย โดยสถานีเรือศรีเชียงใหม่ และสถานีเรือสังคม ร่วมกันจับกุมนายเกียรติพงษ์ หรือ “กาแฟ” อายุ 27 ปี และ นายจีระนัย หรือ “ตั๊ก” อายุ 38 ปี พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 790,000 เม็ด และรถจักรยานยนต์ จำนวน 3 คัน ได้ที่บริเวณสวนยางพารา บ้านน้ำไพร ต.สังคม อ.สังคม จ.หนองคาย หลังได้รับข่าวสารว่า จะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่เครือข่าย “อาเฉิน” เข้ามาพักคอยในพื้นที่ต.สังคม อ.สังคม จ.หนองคาย


โดยพบความเคลื่อนไหวของเครือข่ายบริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 จ.หนองคาย จึงได้วางแผนเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด จากนั้น เจ้าหน้าที่สามารถติดตามและเข้าจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ส่วนผู้ร่วมขบวนการสามรถหลบหนีไปได้


ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาและของกลางส่งดำเนินการสอบสวนและขยายผลไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป






#เครือข่ายยาเสพติด #ยาบ้า #ศรีเชียงใหม่  #ทหารเรือ  #นรข #ยาเสพติด #อาเฉิน #กองทัพเรือ #หนองคายกระจายข่าว

วันศุกร์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2569

กกล.สุรศักดิ์มนตรี โดย ร้อย.ฉก.ทพ.2104 ฉก.ทพ.21 บูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ตรวจยึดยาบ้า 400,000 เม็ด ลักลอบข้ามโขงมาจากประเทศเพื่อนบ้าน


วันที่ 17 เม.ย. 2569  ที่ ร้อย.ฉก.ทพ.2104 ฉก.ทพ.21 อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย นายมนตรี จารุธำรง นอภ.โพนพิสัย, พ.ต.อ.วิทยากรณ์ ษมากรวิทิต ผกก.สภ. โพนพิสัย, น.ส.วรรณา  ผู้อุตส่าห์ นายด่านศุลกากรหนองคาย,นายชัยสิทธิ์  คำภาจันทร์ หัวหน้าศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด จังหวัดหนองคาย,พ.ต.วิทยา  สิงห์อร ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2104,ร.อ.ภาสพล สีทองเกตุ หน.หน่วยเรือโพนพิสัย,และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ร่วมกันแถลงข่าวการตรวจยึดยาบ้า 4 กระสอบ จำนวนประมาณ 400,000 เม็ด ลักลอบเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน ได้ที่บริเวณด้านหลังรีสอร์ท แห่งหนี่ง บ.สวยเสด็จ ม.14 ต.วัดหลวง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ส่วนผู้ต้องหาหลบหนีไปได้


การตรวจยึดครั้งนี้ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.มงคล หอทอง ผบ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี,พล.ต.ต.อัทธชนม์ ช่วงงาม ผบก.ภ.จว.หนองคาย,พ.อ.ชูชาติ นนทะบุตร ผบ.บก.ควบคุม ที่ 2(ร.13),พ.อ.ศรณณัฐ  นวลมณี ผบ.ฉก.ทพ.21,พ.อ.อุดมการณ์  ศรีแขไตร รอง ผบ.บก.ควบคุมที่ 2(ร.13)


สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 16 เม.ย.69 เวลาประมาณ 15.30 น. ร้อย.ฉก.ทพ.2104 ได้บูรณาการด้านการข่าวกับ หน่วยเฝ้าตรวจชายแดนที่ 21 และชุดปฏิบัติการข่าวที่ 3 กกล.สุรศักดิ์มนตรี ซึ่งได้ติดตามข่าวสารกลุ่มขบวนการลักลอบนำเข้ายาเสพติด ทราบว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดข้ามโขงเข้ามาในพื้นที่ บ.ปากสวย ม.4 ต.วัดหลวง  อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย จึงขอรับการสนับสนุนเครื่องเฝ้าตรวจจากหน่วยเฝ้าตรวจชายแดนที่ 21 และได้จัดกำลังพลเฝ้าตรวจตามจุดเพ่งเล็ง ออกเป็น 3 ชุด


กระทั่ง เวลาประมาณ 02.50 น.(17 เมษายน 2569) ตรวจพบเรือกีบขับวนเวียนอยู่ในแม่น้ำโขงน่าสงสัย ที่บริเวณด้านหลังรีสอร์ท แห่งหนึ่ง บ.สวยเสด็จ ต.วัดหลวง อ.โพนพิสัยฯ เห็นจากด้วยกล้องตรวจการณ์เวลากลางคืน จากนั้น เวลาประมาณ 03.00 น. พบบุคคลต้องสงสัย 1 คน เดินแบกวัตถุต้องสงสัยขึ้นมาจากแม่น้ำโขง เจ้าหน้าที่ ทพ.2104 ซึ่งดักซุ่มอยู่จึงได้แสดงตัวขอตรวจสอบ เมื่อบุคคลดังกล่าวเห็นว่าเป็นเจ้าหน้าที่ได้ทิ้งวัตถุต้องสงสัย และอาศัยความมืดวิ่งหลบหนีไปทางหลังโรงเรียนบ้านปากสวย เจ้าหน้าที่ได้วิ่งไล่ติดตามแต่ไม่ทัน


จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่พบวัตถุต้องสงสัย 2 กระสอ  พ.ต.วิทยา สิงห์อร ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2104 จึงประสานบูรณาการกำลังร่วมกับ ชุดสืบสวน สภ.โพนพิสัย, นฝด.21, หน่วยเรือโพนพิสัย, ฝ่ายปกครอง อ.โพนพิสัย,ชฝต.ชด.7,ร้อย.ฉก.ตชด.245 ร่วมทำการตรวจสอบเบื้องต้น พบเป็นยาบ้า จึงนำของกลางมาตรวจนับโดยละเอียดที่ บก.ร้อย.ฉก.ทพ.2104 รวมยาบ้าที่ตรวจยึดได้ครั้งนี้ 2 กระสอบ จำนวนประมาณ 400,000 เม็ด  จึงได้นำของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.โพนพิสัย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป








#ยาบ้า #ยาเสพติด #ยึดยาบ้าริมโขง #ทหารพราน #กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี #หนองคายกระจายข่าว

คืบหน้าหนุ่มอุดรฯถูกรุมทำร้ายเสียชีวิตเทศกาลสงกรานต์หนองคาย ล่าสุดมือแทงถูกเพื่อนกดดันหนัก ยอมรับสารภาพเป็นผู้ลงมือ พบมีประวัติเพิ่งพ้นคุกคดีเพียบ ส่วนผู้เสียชีวิตนำร่างไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิดอุดรธานี


หลังจากได้เกิดเหตุชุลมุนกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้าย นายยศวัจน์ จารุศักดิ์ธีรา อายุ 28 ปี เสียชีวิต เมื่อคืนวันที่ 15 เม.ย.  2569 ที่ผ่านมา ที่บริเวณหน้าโรงเรียนจีน เขตเทศบาลเมืองหนองคาย


ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อคืนวันที่ 16 เม.ย. 2569 ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองหนองคาย ได้ติดตามจับกุมกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุได้แล้ว 6 คน คือ นายกำธร เหรือ บุ๊ก อายุ 23 ปี นายจีระวัฒน์ หรือ ดรีม อายุ 30 ปี (ใช้ขวดตี) นายธีระพงศ์ หรือ โม อายุ 31 ปี นายวุฒิชัย หรือ บิ๊ก อายุ 25 ปี นายสรวิชณ์ หรือบีม อและนายมงคล (ไม่ทราบนามสกุล) หรือฟิล์ม และยังเหลือเพื่อนก่อเหตุอีก 1 คน รอขอศาลออกหมายจับ ภายในวันที่ 17 เมษายน 2569  ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ส่งผู้ต้องหาทั้งหมดฝากขังอยู่ห้องควบคุม สภ.เมืองหนองคายและคัดค้านการประกันตัว


หลังจากรวบตัวผู้ต้องหาได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ทำการเค้นสอบและสอบพยาน จนกระทั่งเพื่อนในกลุ่มกดดันว่า “ทำแล้วต้องยอมรับ” จนในที่สุดนายวุฒิชัยฯ หรือ บิ๊ก หนึ่งในผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม ยอมเปิดปากรับสารภาพว่า เป็นผู้ใช้เหล็กขูดชาร์ป แทงผู้เสียชีวิต ขณะกำลังชุลมุนจริง หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่จะนำตัวไปเอาเหล็กขูดชาร์ปที่ซุกซ่อนไว้ในตู้กับข้าวที่บ้านพัก


จากการตรวจสอบประวัติพบว่า นายวุฒิชัยณมีประวัติถึง 4 คดี คือ ขับรถขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น ที่ สภ.สำโรงเหนือ ภ.จว.สมุทรปราการ ข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ที่ สภ.เหล่าต่างคำ ภ.จว.หนองคาย ข้อหามีไว้ในครอบครอง ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ที่ สภ.เมืองหนองคาย และข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกาย ที่ สภ.เมืองหนองคาย และพึ่งพ้นโทษออกจากเรือนจำได้เพียง 5 เดือน


ในส่วนศพนายยศวัจน์ ฯ ทางญาติได้เคลื่อนร่างกลับไปบ้านเกิดที่จังหวัดอุดรธานี เพื่อทำพิธีบำเพ็ญกุศลที่วัดทิพยรัฐนิมิตร (วัดบ้านจิก) ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี โดยจะมีพืธีรดน้ำศพวันนี้ (17 เมษายน 69) เวลา 16.30 น และสวดอภิธรรม เวลา 17.00 น.





#สงกรานต์ #หนองคาย #ทำร้ายร่างกาย #มือแทงสารภาพ #เสียชีวิต #หนองคายกระจายข่าว

ตา-ยายดวงเฮง!! หลานชายบอกให้ซื้อล็อตเตอรี่เลช 12 แต่ตาไม่มีเงิน บอกให้ให้น้องขายชื้อให้ป็นของขวัญวันสงกรานต์ ไม่คาดคิดรับโชคใหญ่ 6 ล้านบาท


วันที่ 17 เม.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางลงพื้นที่บ้านผู้โขคดีถูกรางวัลที่ 1 สลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 16 เม.ย.69 ได้แก่หมายเลข 309612 ที่ หมู่ที่ 4 บ้านท่านายโศก ต.เฝ้าไร่ อ.เฝ้าไร่ จ

หนองคาย พบกับนางบัวสอน อายุ 65 ปี ที่ถูกลอตเตอรี่ 6 ล้านบาท ปรากฏว่าได้เดินทางไปถึงอุดรธานีแล้วพร้อมหลานชาย กับหลานสาว เพื่อเตรียมนั่งเครื่องบินไปขึ้นเงินที่กองสลาก คงเหลือญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านมาแสดงความดีใจกันเต็มบ้าน โดยทราบจากหลานสาวว่า คนที่บอกหวยครั้งนี้เป็นหลานชาย ชื่อน้องลีโอ น้องชอบใบ้หวยให้ตาและยาย และก็ถูกเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัว มาตลอด ครั้งนี้บอกเลข 12 ตาจึงไปหาซื้อ และก็ถูกรางวัลใหญ่ ซึ่งเมื่อว่าน (16 เม.ย.69) ช่วงค่ำได้เดินทางไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.เฝ้าไร่แล้ว


นายสมพร อายุ 66 ปี (ตาแอ๊ด) สามียายบัวสอน เล่าว่า  หลานเป็นคนบอกหวยแต่ตนไม่มีเงินซื้อ จึงให้น้องชายเป็นคนซื้อให้ 2 ใบ เพื่อเป็นของขวัญวันสงกรานต์ น้องชายจึงซื้อให้ 2 ใบ แต่เลขหน้าไม่เหมือนกันจึงถูกใบเดียว เมื่อได้ลอตเตอรี่มา ได้นำมาฝากไว้กับยายบัวสอน เพราะเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์กลัวลอตเตอรี่เปียกน้ำ ส่วนเงินทั้งหมดก็คงมอบให้ยายเป็นผู้บริหาร การใช้จ่ายจะแบ่งเป็น ซื้อสวนยาง 1 สวน ซื้อที่นาคืนที่ขายไปหลายปีก่อน ส่วนเงินที่เหลือก็จะใช้หนี้ ธกส. ซึ่งมีจำนวนมากพอสมควร และแบ่งให้ลูกหลานเก็บไว้ใช้


ด้านนางบัวสอน ให้สัมภาษณ์ผ่าน โทรศัพท์ว่า รู้สึกดีใจ ดีใจมากๆ พูดอะไรไม่ถูก ตอนนี้กำลังเดินทางมาถึงอุดรธานี เพื่อนั่งเครื่องบินไปขึ้นเงินที่กองสลากเดินทางมากับหลานชาย และหลานสาว ก่อนถูกรางวัลไม่มีลางบอกเหตุใดๆ เพียงแต่หลานขายบอกให้ซื้อ เลข 12 จึงซื้อตามที่หลานบอก ส่วนเงินจะนำไปใช้หนี้เป็นอันดับแรก





#ล็อตเตอรี่ #รางวัลที่1 #ตายาย #หลานชายบอกเลข #หนองคายกระจายข่าว

วันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2569

รวบแล้ว! 6 โจ๋ รุมทำร้ายหนุ่มอุดรเสียชีวิตในวันสงกรานต์วันสุดท้าย ตร.แจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตายและคัดค้านการประกันตัว ส่วนอีกคนเตรียมออกหมายจับ


จากกรณีกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ นายยศวัจน์ จารุศักดิ์ธีรา หรือ เซฟ อายุ 28 ปี เสียชีวิต ในวันที่ 15 เม.ย. 2569 เวลาประมาณ 21.30 น. ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของเทศกาลสงกรานต์ ที่บริเวณหน้าวัดศรีสะเกษ ถนนประจักษ์ศิลปาคม เขตเทศบาลเมืองหนองคาย


ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 เม.ย. 2569 เวลาประมาณ 19.30 น. พล.ต.ต.อัทธชนม์ ช่วงงาม ผบก.ภ.จว.หนองคาย พร้อมด้วย พ.ต.อ.จิรวิทย์ ปานยิ้ม ผกก.สภ.เมืองหนองคาย, พ.ต.ท.พุฒิชัย จันทร์ทอง รองผกก.สส. ได้ร่วมกันสอบปากคำผู้ก่อเหตุ ซึ่งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวน สภ.เมืองหนองคาย ได้รวบรวมพยานหลักฐานติดตามรวบผู้ก่อเหตุได้ จำนวน 6 คน ประกอบด้วย นายวุฒิชัย, นายธีระพงศ์, นายจีระวัฒน์, นายกำธร,นายสรวิชญ์ และนายมงคล (ขอสงวนนามสกุล) และอีก 1 คน เจ้าหน้าที่รู้ตัวแล้วรอออกหมายจับ


สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 16 เม.ย. 2569 เวลาประมาณ 05.30 น.  ร.ต.ท.อภิสิทธิ์ พรหมปาน รอง  สว.(สอบสวน) สภ.เมืองหนองคาย ปฏิบัติหน้าที่พนักงานสอบสวนเวร ได้รับแจ้งจากนายณรงค์รัชช์ จารุศักดิ์ธีรา ว่า นายยศวัจน์ จารุศักดิ์ธีรา อายุ 28 ปี บุตรชายได้ถูกทำร้ายและเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาลหนองคาย เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 15 เม.ย.69 เวลาประมาณ 21.30 น. ที่บริเวณถนนประจักษ์หน้าโรงเรียนฮั่วเคียวกงฮัก (โรงเรียนจีน)เขตเทศบาลเมืองหนองคาย อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย ได้เกิดเหตุชุลมุนต่อสู้กัน ซึ่งนายยศวัจน์ฯ ได้ถูกรุมทำร้าย โดยฝ่ายคู่กรณีมีด้วยกัน ประมาณ 7-8 คน  หลังเกิดเหตุได้หลบหนีออกจากที่เกิดเหตุ


จากนั้น พล.ต.ต.อัทธชนม์ ช่วงงาม ผบก.ภ.จว. หนองคาย ได้สั่งการให้ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองหนองคายและสืบสวน ภจว.หนองคาย รวบรวมหลักฐานและเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุ จนสามารถติดตามรวบตัวผู้ร่วมก่อเหตุได้ 6 คน และอีก 1 คน รอออกหมายจับ


จากการสอบถามหนึ่งในผู้ก่อเหตุ บอกไม่เคยรู้จักกับผู้เสียชีวิต แค่เขาโบกรถแล้วมีการต่อว่ากัน ทำให้ตามไปชกต่อยกันในซอยข้างวัดศรีษะเกศ ตนไม่ทราบว่าเขาจะมาขอโทษ เขาเดินมาถามว่าใครหัวล้าน ตนไม่รู้ว่าเป็นใคร จากนั้นก็เกิดเหตุชุลมุนกันขึ้น ซึ่งตนอยากขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิต


พล.ต.ต.อัทธชนม์ ช่วงงาม ผบก.ภ.จว.หนองคาย กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของจังหวัดหนองคาย ทางตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้เร่งรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐาน จนสามารถติดตามตัวมาได้ ประวัติของวัยรุ่นกลุ่มนี้พบบางคนมีประวัติทางคดี ไม่ใช่แก๊งหรือกลุ่มผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ แต่เป็นกลุ่มวัยรุ่นทั่วไปที่รวมตัวกันเล่นสงกรานต์


เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย” คัดค้านการประกันตัวและนำตัวฝากขังต่อศาลจังหวัดหนองคาย


สำหรับนายยศวัจน์ฯ ผู้เสียชีวิตเป็นชาวจังหวัดอุดรธานี มีภรรยาเป็นชาวหนองคาย พึ่งแต่งงานเมื่อเดือนพฤษภาคม 2568 มีลูกน้อยวัย 5 เดือน  ส่วนผู้เสียชีวิตทางญาติจะดำเนินการไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีที่บ้านเกิดจังหวัดอุดรธานี





#สงกรานต์ #ทำร้ายร่างกาย #จับกุมกลุ่มวัยรุ่น #เสียชีวิต #หนองคาย #หนองคายกระจายข่าว

สงกรานต์หนองคายเดือด! วัยรุ่นถูกรุมทำร้ายบาดเจ็บสาหัสคืนวันที่ 15 เม.ย. หน้า รร.จีน ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตที่ รพ.


วันที่ 16 เม.ย. 2569 เวลาประมาณ 05.30 น. ร.ต.ท.อภิสิทธิ์ พรหมปาน รอง  สว.(สอบสวน) สภ.เมืองหนองคาย ปฏิบัติหน้าที่พนักงานสอบสวนเวร ได้รับแจ้งจากนายณรงค์รัชช์ จารุศักดิ์ธีรา ว่า นายยศวัจน์ จารุศักดิ์ธีรา อายุ 28 ปี บุตรชายได้ถูกทำร้ายและเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาลหนองคาย เนื่องจากเมื่อคืนที่ 15 เม.ย.69 ที่บริเวณถนนประจักษ์หน้าโรงเรียนฮั่วเคียวกงฮัก (โรงเรียนจีน) อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย ได้เกิดเหตุชุลมุนต่อสู้กัน บุตรชายได้ถูกรุมทำร้าย โดยฝ่ายคู่กรณีมีด้วยกันประมาณ 7-8 คน  หลังเกิดเหตุได้หลบหนีออกจากที่เกิดเหตุ


จากนั้น ร.ต.ท.อภิสิทธิ์ พรหมปาน รอง  สว.(สอบสวน) สภ.เมืองหนองคาย ได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและออกตรวจสอบ เมื่อไปถึงโรงพยาบาลหนองคาย   จึงได้ชันสูตรพลิกศพร่วมกับแพทย์โรงพยาบาลหนองคาย โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสอบสวนและติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


สำหรับถนนประจักษ์ที่เกิดเหตุ เป็นถนนเส้นกลางเมืองหนองคาย ทุก ๆ ปีจะมีประชาชนชาวหนองคายและใกล้เคียง พร้อมด้วยนักท่องเที่ยวเดินทางออกมาเล่นน้ำสงกรานต์ตั้งแต่เช้าจนถึงกลางดึกทุกคืน และเมื่อวันที่ 13 เม.ย.69 ที่ผ่านมา ห่างจากบริเวณเดิมไม่มากนัก ก็ได้เกิดเหตุทะเลาะวิวาทเป็นข่าวดังไปแล้ว ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ฯ จะได้เร่งติดตามผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีต่อไป





#สงกรานต์ #ทำร้ายร่างกาย #หนองคาย #เสียชีวิต #หนองคายกระจายข่าว

วันอังคารที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2569

ไม่นิ่งนอนใจ! นอภ.รัตนวาปี ร่างหนังสือถึงเมืองท่าพะบาด สปป.ลาว ขอความร่วมมือแก้ไขปัญหาหมอกควัน ฝุ่นละออง PM2.5 ข้ามแดน หลัง ปชช.ในพื้นที่เสี่ยงเป็นโรคทางเดินหายใจ คนแก่และเด็กเริ่มมีอาการแสบจมูกแสบคอ


วันที่ 15 เม.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในพื้นที่ อ.รัตนวาปี จ.หนองคาย ได้เกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ปกคลุมทั่วทั้งอำเภอมานานหลายวัน ในช่วงเช้ามีกลุ่มควันหนาแน่นเหมือนหมอกมองแทบไม่เห็นถนน โดยเฉพาะริมฝั่งแม่น้ำโขงบ้านท่าม่วง ต.รัตนวาปีฯ มองแทบไม่เห็นฝั่ง สปป.ลาว ถนนในตัวอำเภอถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่น PM 2.5 หลายคนไม่ออกจากบ้าน งดออกพื้นที่กลางแจ้ง และงดเล่นกีฬา คนแก่และเด็กเริ่มมีอาการแสบจมูก วอนหน่วยงานรัฐหาทางแก้ไข


ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 เม.ย. 2569 นายกิติภูมิ ดวงพรม นายอำเภอรัตนวาปี ได้ส่งหนังสือขอความร่วมมือในการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ไปยังเจ้าเมืองท่าพะบาด แขวงบอลิคำไช สปป.ลาว เพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดน เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และยั่งยืน อำเภอรัตนวาปี จึงขอความร่วมมือได้พิจารณาใช้มาตรการเชิงรุก กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อยกระดับมาตรการรณรงค์ให้งดกการเผาป่า และเศษวัสดุทางการเกษตรทุกประเภทในช่วงสถานการณ์วิกฤนี้


ซึ่งอำเภอรัตนวาปีประสบกับภาวะวิกฤติจากปัญหาหมอกควัน คุณภาพอากาศอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรง ติดต่อกันเป็นเวลาหลายวัน  สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพอนามัย การดำรงชีวิต ตลอดจนระบบเศรษฐกิจและสังคมของประชาชนในพื้นที่ทั้งสองประเทศ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


นอกจากนั้นยังได้ขอความร่วมมือ นายกเทศมนตรีตำบลนาทับไฮ และนายกองค์การบริหารส่วนตำบล ทุกแห่ง ได้ติดตามสถานการณ์ ไฟป่า และหมอกควัน คุณภาพอากาศ ในพื้นที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงขอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทุกแห่ง ดำเนินการ ดังนี้


1. ยกระดับมาตรการเฝ้าระวังไฟป่า ประกอบด้วยการจัดทำแนวกันไฟเพื่อจำกัดการแพร่กระจายของไฟ, การลาดตระเวนและตั้งจุดตรวจคัดกรองคนเข้าป้าโดยชุมชนมีส่วนร่วม, การตรวจสอบจุดความร้อน (Hotspot) ด้วยข้อมูลเรียลไทม์, และการเตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์ดับไฟ


2. บูรณาการความร่วมมือกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ในการเฝ้าระวังและควบคุมการเผาในทุกพื้นที่อย่างเข้มข้น เพื่อเป็นการบรรเทาฝุ่นละออง (PM2.5) ไม่ให้เกินมาตรฐานและส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน โดยสามารถติดติดตามรายงานสถานการณ์ (PM2.5) และคุณภาพอากาศได้ทางเว็บไซต์ air4thai.pcd go.th และแอปพิเคชัน Air4thai


และขอความร่วมมือให้หน่วยงานด้านสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ออกหน่วยให้บริการประชาชน และสร้างการรับรู้ในการป้องกันตัวเอง โดยเฉพาะประชาชนกลุ่มเสียง รวมถึงจัดหาอุปกรณ์ป้องกันฝุ่นละออง ขนาดเล็ก (PM2.5) จัดเตรียมพื้นที่ปลอดภัย (Safety Zone) ห้องปลอดฝุ่น คลินิกมลพิษ ฯลฯ ไว้บริการประชาชนอย่างเพียงพอและเหมาะสม


.












#หมอกควัน #ฝุ่นละออง #ฝุ่นข้ามแดน #PM25 #โรคทางเดินหายใจ #เมืองท่าพะบาด #อำเภอรัตนวาปี  #หนองคาย #สปปลาว #หนองคายกระจายข่าว

ชาวหนองคาย - นทท. แห่ทำบุญ “วันครอบครัว” สรงน้ำขอพร หลวงพ่อพระเจ้าองค์ตื้อ" เสริมสิริมงคลช่วงสงกรานต์ แน่นวัดศรีชมภูองค์ตื้อ


วันที่ 14 เม.ย. 2569 ที่ วัดศรีชมภูองค์ตื้อ บ้านน้ำโมง ต.น้ำโมง อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย พบว่ามีประชาชนชาวหนองคายและนักท่องเที่ยวเดินทางมาทำบุญเนื่องใน “วันครอบครัว” 14 เมษายน อย่างต่อเนื่อง โดยกิจกรรมสำคัญ ได้แก่ สรงน้ำขอพร "หลวงพ่อพระเจ้าองค์ตื้อ" พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านในแถบลุ่มน้ำโขง , ทำบุญตักบาตร 108 , ทำบุญสะเดาะเคราะห์ , ทำบุญสังฆทาน และปล่อยปลา เพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิต รวมถึงการพาเด็กๆ มาร่วมทำบุญและเรียนรู้ประเพณีที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน เพื่อปลูกฝังความรัก ความกตัญญู และความสามัคคีในครอบครัว


สำหรับ วัดศรีชมภูองค์ตื้อ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2105 โดยสมเด็จพระไชยเชษฐาธิราชแห่งเวียงจันทน์ เป็นที่ประดิษฐาน "หลวงพ่อพระเจ้าองค์ตื้อ" พระพุทธรูปทองเหลืองขนาดใหญ่และเก่าแก่ ซึ่งถือเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองที่มีความศักดิ์สิทธิ์มากแห่งหนึ่งในภาคอีสาน เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 3 เมตร 29 เซนติเมตร สูง 4 เมตร 8 เซนติเมตร  ชาวบ้านเชื่อถือกันว่าเป็นพระพุทธรูปที่ขอพรแล้วประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพและการหายป่วยไข้


บรรยากาศตลอดทั้งวันยังคงมีประชาชนทยอยเดินทางเข้ามาทำบุญอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญของสถาบันครอบครัว และการสืบสานวัฒนธรรมประเพณีไทยในช่วงเทศกาลสงกรานต์










#สงกรานต์ #สรงน้ำขอพร #วันครอบครัว  #เสริมสิริมงคล #ปีใหม่ไทย #หลวงพ่อพระเจ้าองค์ตื้อ #วัดศรีชมภูองค์ตื้อ #หนองคายกระจายข่าว