วันที่ 10 ต.ค. 2568 เวลา 11.30 น.ที่ด่านพรหมแดน สะพานมิตรภาพไทย ลาว ฝั่งขาเข้า นายสมภพ สมิตะสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย, นางสาวรรณา ผู้อุตส่าห์ นายด่านศุลกากรหนองคาย (ปฏิบัติหน้าที่ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรหนองคาย), พล.ต.ต.อัทธชนม์ ช่วงงาม ผบก.ภ.จว.หนองคาย, นายประทีบ อุ่ยเจริญ ปลัดจังหวัดหนองคาย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ,ทหาร, ป.ป.ส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาหญิงชาวไทย 2 ราย คือ นางสาวอมรทิพย์ อายุ 34 ปี ชาว อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม และนางสาวดารุณี อายุ 34 ปี ชาว จ.นครราชสีมา พร้อมของกลางยาไอซ์น้ำหนักรวม 68 กิโลกรัม ซุกมาภายในรถ TOYOTA HERRIER สีขาว ทะเบียน 6 กฎ 6392 กรุงเทพมหานคร
การจับกุมในครั้งนี้ สืบเนื่องวันที่ 9 ต.ค. 68 เวลาประมาณ 21.55 น. ผู้ต้องหาหญิงชาวไทย 2 ราย เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรโดยใช้รถยนต์ส่วนบุคคล ผ่านด่านพรมแดนหนองคาย สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 เมื่อผู้ต้องหาขับรถเข้าจุดตรวจช่องรถยนต์ส่วนบุคคลขาเข้า (6A) เจ้าหน้าที่ศุลกากรและเจ้าหน้าที่ชุด ฉก.สนค. จึงขอเรียกตรวจรถคันดังกล่าว บริเวณท้ายช่องเก็บสัมภาระท้ายรถพบความผิดปกติ เจ้าหน้าที่ฯจึงขอนำรถคันดังกล่าวไปเอกซเรย์ (X-ray) ผลการตรวจภาพเอกชเรย์ พบหีบห่อต้องสงสัยอยู่ในโถงสัมภาระ ช่องเก็บยางอะไหล่ และบริเวณใต้เบาะที่นั่งผู้โดยสารตอนหลัง เจ้าหน้าที่ฯ จึงนำรถคันดังกล่าว กลับมาตรวจค้นอย่างละเอียด
ผลการตรวจค้นพบหีบห่อสีดำภายในบรรจุเกล็ดสีขาว จำนวน 68 หีบห่อ (น้ำหนักหีบห่อละประมาณ 1 กิโลกรัม) จึงนำตัวอย่างเกล็ดสีขาวภายในหีบห่อดังกล่าวมาตรวจสอบด้วยน้ำยาO NCB 051 ปรากฏว่าสารดังกล่าวทำปฏิกิริยากับน้ำยาเคมีทดสอบ จากใสไม่มีสีเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอมเหลือง จึงเชื่อได้ว่าเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์)
จึงได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย พร้อมของกลาง (ยาไอจ์) จำนวน 68 หีบห่อ น้ำหนักรวม 68 กิโลกรัม มูลค่า 20.4 ล้านบาท ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองหนองคาย เพื่อสอบสวนขยายผลและติดตามผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น