วันที่ 15 ต.ค. 2568 เวลา 09.09 น. ที่ บริเวณเลียบเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำโขงวัดศรีสุธรรม หมู่ที่ 4 บ้านท่ามะเฟือง ต.โพนสา อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย พล.ท.บรรลุ เอี่ยมศรี จเรทหาร พร้อมด้วยนางสาวปราณี วงศ์บุตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย , พ.อ.เศรษฐสิทธิ์ พวงบานเย็น รองเสนาธิการกองพลทหารราบที่ 3 (ลำดับที่ 2) กกล.สุรศักดิ์มนตรี, พ.อ.อุทิศ ชาวน้ำปาด สัสดีจังหวัดหนองคาย ผู้แทน กอ.รมน.จังหวัดหนองคาย , นางสาวมณีรัตน์ บุญอำนวยโชค นักวิชาการขนส่งชำนาญการ สนง.เจ้าท่าภูมิภาคสาขาหนองคาย , พ.อ.วุทธิพัฒน์ ปรัชญ์ฐากรณ์ ผู้อำนวยการกองกิจการชายแดนไทย – ลาว สำนักกิจการชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน , นายสมควร ใจซื่อ นายอำเภอท่าบ่อ, หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง 2 โครงการ งบประมาณกว่า 265 ล้านบาท หลังจากนั้นได้ประกอบพิธีรำถวายบูชาพญานาคและพระแม่คงคา ต่อด้วยพิธีตัดริบบิ้นเปิดโครงการฯ โดยมีนายอภิสิทธิ์ วงศรีแก้ว นายก อบต โพนสา กล่าวรายงาน ที่กรมโยธาธิการและผังเมือง ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทย กรมกิจการชายแดนทหาร กรมแผนที่ทหาร สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ องค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคาย อำเภอท่าบ่อ และองค์การบริหารส่วนตำบลโพนสา จะดำเนินการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งตามริมแม่น้ำโขง อันเป็นพื้นที่เขตแดนของประเทศ รวมทั้งเพื่อรักษาพื้นที่ทำกินของประชาชนในพื้นที่เกาะดอนต่ำ ซึ่งเป็นแหล่งเกษตรกรรมที่สำคัญของตำบลโพนสา อีกทั้งเพื่อบรรเทาความเสียหายจากอุทกภัยที่เกิดจากความผันผวนของระดับน้ำในแม่น้ำโขง
นายอภิสิทธิ์ วงศรีแก้ว นายก อบต.โพนสา กล่าวว่า พื้นที่ตำบลโพนสามีแนวติดต่อกับแม่น้ำโขงยาวประมาณ 6 กิโลเมตร และมีเกาะดอนต่ำ (ดอนแตง) ซึ่งเกิดจากการทับถมของตะกอนดินและซากอินทรีย์วัตถุในแม่น้ำโขง เป็นพื้นที่ทำการเกษตรสำคัญ ประมาณ 3,000 ไร่ อย่างไรก็ดีพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงต้องประสบกับปัญหาการกัดเซาะตลิ่งพังทลายมาอย่างยาวนาน ทำให้เกิดความสูญเสียทั้งที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัย และพื้นที่สาธาธารณประโยชน์ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายจำนวนมากในแต่ละปี แม้จะมีการดำเนินการแก้ไขมาโดยตลอด แต่ก็เป็นเพียงมาตรการเฉพาะหน้า ไม่สามารถยับยั้งความรุนแรงของกระแสน้ำได้อย่างถาวร
นายก อบต.โพนสา กล่าวอีกว่า ด้วยความตระหนักถึงความเดือดร้อนของประชาชน องค์การบริหารส่วนตำบลโพนสา ได้ประสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อขอรับการสนับสนุนในการแก้ไขปัญหา และได้รับความอนุเคราะห์ด้วยดี จนสามารถดำเนินการโครงการสำคัญ 2 โครงการ โดยโครงการแรก เป็นโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำโขง พร้อมปรับภูมิทัศน์บริเวณดอนแตง ต.โพนสา อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย ความยาวประมาณ 740 เมตร งบประมาณดำเนินงานประมาณ 155 ล้านบาท ในส่วนโครงการที่สองเป็นโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำโขง พร้อมปรับภูมิทัศน์บ้านท่ามะเฟือง (ต่อเนื่องเขื่อนเดิมท้ายน้ำ) ต.โพนสา อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย ความยาวประมาณ 794 เมตร งบประมาณดำเนินงานประมาณ 110 ล้านบาท ซึ่งโครงการทั้งสองนี้ไม่เพียงช่วยป้องกันการพังหลายของตลิ่งได้อย่างยั่งยืน แต่ยังช่วยคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน สร้างความมั่นคงในการประกอบอาชีพ และพัฒนาให้พื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำโขงมีทัศนียภาพสวยงาม เป็นระเบียบเรียบร้อย สามารถพัฒนาให้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจและแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของชุมชนได้ในอนาคต
พล.ท.บรรลุ เอี่ยมศรี จเรทหาร กล่าวว่า เมื่อ 5 ปีที่แล้วได้เคยมาพูดคุยกับพี่น้องที่นี้ ว่ามีความต้องการที่จะพัฒนาดอนต่ำ-ดอนแตงให้คงอยู่กับเราได้ตลอดไปจะต้องทำอย่างไรบ้าง ช่วงนั้นกองบัญชาการกองทัพไทยมีความรับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ได้ตรวจสอบกับกรมแผนที่ทหารและกรมโยธาธิการและผังเมือง ว่าเกาะนี้เป็นของไทย ซึ่งทางฝั่ง สปป.ลาว ก็ไม่ได้ประท้วงอะไรเลย ไม่ว่าฝั่งเราจะทำกิจกรรมอะไรก็แล้วแต่เขาก็ไม่เคยประท้วง นั้นหมายถึงว่าเกาะนี้เป็นของไทยแน่นอน เพราะฉะนั้นเราก็เลยกล้าที่จะหาโมเดลดีๆ อย่างนี้ โดยความร่วมมือของพี่น้องประชาชนในพื้นที่นี้แหละที่มีความตัองการ ก็เลยเริ่มผลักดันและก็ร่วมหาพวกและเพื่อน คำว่าพวกและเพื่อนในที่นี้ก็คือส่วนราชการหลัก ส่วนราชการที่มีอำนาจตัดสินใจว่าจะทำหรือไม่ทำ ซึ่งหลังจาก 5 ปีที่แล้วผ่านมาพัฒนาการมันก็ไปเลื่อยๆ จนกระทั่งเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ท่านพลเอก ทรงวิทย์ หนุนภักดี ท่านเคยมานั่งที่นี้ นั้นคือจุดเริ่มต้นที่ตนพยายามผลักดันในฐานะที่เคยอยู่กรมกิจการชายแดนทหาร ก็ได้ขอความร่วมมือกับกระทรวงต่างๆ รวมถึง สมช. (สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ) ให้มีความเข้าใจว่าเราจะสร้างและก็ประสานไปยังฝ่าย สปป.ลาว จนเกิดความสำเร็จในวันนี้ใช้เวลา 5 ปี แต่ท่าว่านับจริงๆ แล้วที่ได้ดำเนินเร่งมือทั้งหมด 3 ปี จากวันนั้นถึงวันนี้ก็ถือว่าเป็นความภาคภูมิใจของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ขณะเดียวกันภาครัฐ โดยเฉพาะกองบัญชาการกองทัพไทย คงจะไปคุยได้ทุกพื้นที่ว่าเกาะดอนไหนเป็นของไทย นับตั้งแต่เชียงรายถึงอุบลราชธานี เราสามารถไปทำกิจกรรมอะไรก็ได้ภายใต้อธิปไตยของไทย จะได้ลบล้างความเข้าใจว่าน้ำอยู่ที่ไหน เกาะนั้นเป็นของลาวนั้นไม่ใช่แล้ว เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชนต้องเปลี่ยนความรู้สึกตรงนี้ไว้ แล้วไปคุยกับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่อยู่ที่อื่น จังหวัดอื่นก็สามารถตอบโจทย์ได้แล้ว โดยเฉพาะที่นี่ อบต.โพนสา สามารถสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งในพื้นที่เกาะดอนของไทยได้ ก็อยากให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ที่นี่ช่วยกันรักษาเกาะดอนที่เป็นมรดกของไทย แผ่นดินไทยไว้ตราบนานเท่านาน และก็ถือเป็นโมเดลแรกที่เราสามารถทำอะไรได้ในเกาะดอนของไทย ที่เป็นอธิปไตยของไทยได้โดยตลอดลำแม่น้ำโขง





















ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น